วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อสูรแห่งยุคไดโนเสาร์


อสูรใต้น้ำแห่งยุคไดโนเสาร์
มีโสซอรัส
มีโสซอรัส ถือเป็นสัตว์เลื้อยคลานทะเลรุ่นแรกๆ พวกมันมีลักษณะทั่วไปคล้ายกับตะโขงโดยมีขากรรไกรที่ยาวเรียวและฟันแหลมยาวที่เรียงกันจนเต็มปาก ซึ่งอาจจะใช้สำหรับดักสัตว์จำพวกกุ้งตัวเล็กๆ และอาจจะมีหางที่แบนคล้ายครีบ รวมทั้งเท้าที่เป็นพังพืดสำหรับช่วยในการว่ายน้ำด้วย

พวกสัตว์เลื้อยคลานทะเลในยุคเพอร์เมียนบางส่วน สามารถรอดจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในช่วงสิ้นสุดของมหายุคพาลีโอโซอิคมาได้ พวกมันยังคงมีวิวัฒนาการต่อเนื่องในมหายุคเมโสโซอิคจนมีการแพร่กระจายชนิดพันธุ์อย่างกว้างขวาง
ในช่วงเริ่มต้นของยุคไทรแอสสิคซึ่งเป็นยุคแรกของมหายุคเมโสโซอิค มีสัตว์เลื้อยคลานสองชนิดที่อาศัยอยู่ในทะเล นั่นคือ พวกพลาโคดอนท์ ที่มีลักษณะคล้ายกับกิ้งก่าทะเลตัวป้อมๆที่มีเกราะ ขณะที่บางชนิดก็ดูคล้ายกับเต่า กับ พวกโนโธซอรัส ที่มีลำตัวผอมยาวและอาจจะมีเท้าเป็นพังพืดที่ช่วยในการว่ายน้ำ
ไลโอเพลโลดอน
สัตว์เลื้อยคลานทะเลอีกกลุ่มหนึ่ง คือ พวกโมซาโรซอร์ที่มีวิวัฒนาการมาจากพวกพลาโคดัสหรือกิ้งก่า
ทะเลในยุคไทรแอสสิก พวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ ลำตัวค่อนข้างเพรียว บางชนิดมีเกราะที่แผ่นหลัง ลักษณะรูปร่างของมันคล้ายกับกิ้งก่าทะลผสมจรเข้ ขาทั้งสี่มีลักษณะเป็นครีบ ทั้งยังมีส่วนหางที่แบนคล้ายครีบด้วย จึงช่วยให้สามารถว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว สัตว์ในกลุ่มโมซาโรซอร์ ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ โมซาโรซอรัส และไทโลซอรัส
ไทโลซอร์
ในช่วงกลางยุคจูราสสิคถึงยุคครีตาเชียสนั้น ได้มีสัตว์เลื้อยคลานทะเลชนิดใหม่ๆหลายชนิดวิวัฒนาการขึ้นมา ขณะเดียวกัน ก็ได้ทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานทะเลกลุ่มเดิมที่เคยครองท้องน้ำในช่วงแรก อย่าง พวกอิคธีโอซอร์ เริ่มลดจำนวนลง เนื่องจากไม่อาจแข่งขันในธรรมชาติกับพวกที่มาใหม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อพวกมันต้องเผชิญหน้ากับพวกนักล่าขนาดยักษ์อย่าง พวกพลิซิโอซอร์คอสั้นบางชนิด ทำให้เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของยุคครีตาเชียส พวกอิคธีโอซอร์ก็ได้สูญพันธุ์ไป

อย่างไรก็ตาม ในยุคครีตาเชียสนี้ ก็ถือว่าเป็นยุคที่มีสัตว์เลื้อยคลานทะเลแพร่กระจายตัวมากที่สุดและยังมีชนิดพันธุ์ที่หลากหลายที่สุดด้วย แม้ว่า พวกสัตว์เลื้อยคลานทะเลจะอาศัยอยู่ในน้ำ แต่พวกมันก็ยังหายใจด้วยปอด และจะต้องโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อสูดอากาศหายใจเป็นระยะ แบบเดียวกับวาฬและโลมาในปัจจุบัน นอกจากนี้ สัตว์เลื้อยคลานทะลส่วนใหญ่ยังต้องขึ้นมาวางไข่บนบกแบบเดียวกับเต่าทะเล ยกเว้นก็แต่พวก อิคธีโอซอร์ที่ไม่ต้องวางไข่และให้กำเนิดลูกเป็นตัว อยู่ใต้น้ำแบบเดียวกับโลมาและวาฬ

ยุคของไดโนเสาร์


ยุคไดโนเสาร์


ยุคไทรแอสสิก
การครอบ ครองโลกของไดโนเสาร์ในยุคนี้โลกถูกปกคลุมด้วยป่าไม้จำนวนมาก พืชตระกูลที่ใช้สปอร์ในการขยายพันธ์ประสบความสำเร็จและมีวิวัฒนาการถึงขั้นสูงสุด ในป่ายุคไตรแอสสิกช่วงแรกนั้นมีสัตว์ใหญ่ไม่มากนักสัตว์ปีกที่ใหญ่ที่สุดคือแมลงปอยักษ์ที่ปีกกว้างถึง2ฟุตและได้ชื่อว่าเป็นนักล่าเวหาเพียงชนิดเดียวของยุคนี้ เนื่องจากในช่วงปลายของยุคเปอร์เมียนเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทำให้พวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมาก สูญพันธุ์ไปพวกที่เหลือได้สืบทอดเผ่าพันธุ์มาจนถึงต้นยุคไตรแอสสิกในกลุ่มสัตว์เหล่านี้เจ้าซินนอกนาตัสเป็นสัตว์นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด ในหมู่พวกมันและในช่วงนี้เองไดโนเสาร์ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยพวกมันวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานที่เดินด้วยขาหลังอย่างเจ้าธีโคดอนซึ่งถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ การสูญพันธ์ครั้งใหญ่ในยุคเปอร์เมียนทำให้พวกมันสามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้อย่างมากมายในช่วงต้นยุคไตรแอสสิกและกลายมาเป็นคู่แข่งของพวกสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมที่เหลือ ไดโนเสาร์ในยุคแรกเป็นพวกเดินสองขา เช่น พลาทีโอซอร์ ไดโนเสาร์กินพืชคอยาวที่เป็นบรรพบุรุษของพวก ซอโรพอด หรือเจ้าซีโลไฟซิส บรรพบุรุษของพวกกินเนื้อ นักล่าสองขาความสูง 1 เมตร การที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยสองขาหลังทำให้พวกมันมีความคล่องตัวในการล่าสูงกว่า ซินนอกนาตัส หรืออีรีโทรซูคัสที่ยาวถึง 15 ฟุตซึ่งมีกรามขนาด ใหญ่และแข็งแรงนักล่าเหล่านี้ได้เปรียบซินนอกนาตัสและสัตว์เลื้อยคลานกึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆทำให้พวกนี้ต้องวิวัฒนาการให้มีขนาดเล็กลงเพื่อที่จะหลบหนีพวกไดโนเสาร์ และหลีกทางให้เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ก้าวมาครองโลกนี้แทนในที่สุด
ยุคจูราสสิก
ไดโนเสาร์ครอบครองโลกได้สำเร็จในตอนปลายยุคไตรแอสสิก จนเมื่อเข้าถึงยุคจูราสสิกพวกมันก็ขยายเผ่าพันธุ์ไปทั่วโลกในยุคนี้ผืนแผ่นดินถูกปกคลุมด้วยพืชขนาดยักษ์จำพวกสนและเฟิร์นอย่างไรก็ตามได้เริ่มมีพืชดอกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงกลางของยุคนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มของการขยายพันธุ์รูปแบบใ หม่ของพวกพืชในยุคจูราสสิกนับได้ว่าเป็นยุคที่พวกไดโนเสาร์คอยาวตระกูลซอโรพอด(Sauropod)ขยายเผ่าพันธุ์อย่างกว้างขวางพวกมันเป็นไดโนเสาร์ ขนาดยักษ์สายพันธุ์ที่รู้จักกันดีก็คือ แบรกคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ดิปโพลโดคัส (Diplodocus) และอะแพทโตซอรัส (Apatosaurus)หรืออีกชื่อคือบรอนโตซอรัสนอกจากนี้ยังมีชนิดอื่นๆอีกมากมายสัตว์ยักษ์เหล่านี้ครั้งหนึ่งถูกมองว่า เป็นสัตว์ที่โง่และไม่อาจป้องกันตัวจากสัตว์นักล่าได้ทว่าในปัจจุบันนักโบราณคดีชีววิทยา (paleontology)เชื่อว่าพวกมันใช้หางที่หนาหนักศัตรูที่มาจู่โจมซึ่งนับว่าเป็นการตอบโต้ที่น่ายำเกรงไม่น้อยและเพราะหางที่ยาว และมีน้ำหนักมากนี่เองที่ทำให้พวกมันต้อง มีคอยาวเพื่อสร้างสมดุล ของสรีระของมัน
ยุคครีเตเซียส
ยุคครีเตเชียสเป็นยุคที่ต่อจากยุคจูแรสสิกสัตว์เลื้อยคลานเจริญมากในยุคนี้ ที่ประเทศอเมริกาก็มีการค้นพบสัตว์ทะเลที่เคยอาศัยอยุ่ในช่วงเดียวกันกับไดโนเสาร์ได้แก่ พวกพลีสิโอซอร์เช่น อีลาสโมซอรัส พวกกิ้งก่าทะเลโมซาซอร์อย่างไฮโนซอรัส และอาเครอนเป็นพวกเต่าอาศัยอยู่ในทะเล บนท้องฟ้าก็มีเคอาร์โคโทรุสซึ่งมีขนาดปีกยาวถึง 15 เมตร บินอยู่มากมายยุคนี้เป็นยุคที่ไดโนเสาร์มีการพัฒนาตัวเองอย่างมาก พวกซอริสเชียนที่กินเนื้อมีตัวขนาดใหญ่ได้แก่ อัลเบอร์โตซอรัส ไทรันโนซอรัสปรากฏในยุคนี้มีลักษณะดังนี้ไทรันโนซอรัสนั้นมีเล็บที่ขาหลังใหญ่โตและมีฟันแหลมยาวประมาณ 13 เซนติเมตร เพื่อใช้จับเหยื่อพวกซอริสเชียนที่กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหารก็ได้แก่ ออนิโตมิมัสพวกออร์นิธิสเชียนมักจะเป็นพวกกินพืชพวกที่ถูกค้นพบครั้งแรกก็ได้แก่ อิกัวโนดอน แล้วก็พบ ฮิพุชิโรโฟดอน และ ฮาโดโรซอรัส พวกออร์นิธิสเชียน ได้แก่ ไทรเซอราทอปส์ แองคิโลซอรัส พบเจริญอยู่มากมาย แต่ว่าก่อนจะหมดยุคครีเตเชียส นั้นอากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไดโนเสาร์บางพวกเริ่มตายลงและสูญพันธุ์หลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีบทบาทขึ้นมาบนโลก